ปราสาทในญี่ปุ่น 10แห่ง ที่พลาดไม่ได้

เคยสงสัยหรือไม่คะ ทำไมประเทศญี่ปุ่นถึงมีปราสาทเยอะ ?
    นั่นก็เพราะปราสาทที่ญี่ปุ่นถูกสร้างไว้เพื่อเป็นที่อยู่ของไดเมียว(ขุนนาง) ตามเมืองต่าง ๆ และเมื่อครั้งที่ญี่ปุ่นเกิดสงคราม การสร้างปราสาทก็ทำขึ้นเพื่อคุ้มกันพื้นที่บริเวณยุธศาสตร์สำคัญด้วย  ทำเลของปราสาทส่วนใหญ่จึงมักอยู่ในบริเวณที่สูง เช่น บนภูเขาและนิยมทำคูน้ำล้อมรอบ โดยมีหอคอยที่เอาไว้สังเกตุการณ์
    ในช่วงแรก ๆ ปราสาทมีมากกว่า 300 แห่งเลยทีเดียว แต่ด้วยภาวะสงคราม และการแย่งชิงอำนาจของเหล่าขุนนางทั้งหลาย เลยทำให้ถูกทำลายไปหลายแห่ง ปัจจุบันมีปราสาทที่บูรณะขึ้นโดยอ้างอิงจากแบบเดิมประมาณ 100 กว่าแห่ง เพื่อเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของปราสาท และเมืองนั้น ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมความยิ่งใหญ่ และศึกษาประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น

1.ปราสาทฮิเมจิ(Himeji Castle)

ที่ตั้ง เมืองฮิเมจิ(Himeji) / จังหวัดเฮียวโงะ(Hyogo) / ภูมิภาคคันไซ(Kansai)
ว่ากันว่าเป็นว่าปราสาทที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น และถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมโดย UNESCO เป็นแห่งแรกของโบราณสถานญี่ปุ่นด้วย ชาวญี่ปุ่นนิยมเรียกปราสาทแห่งนี้ว่า ปราสาทนกกระสาขาว(White Heron Castle) หรือปราสาทหงส์ขาว มีที่มาจากสีขาวของผนังปราสาทนั่นเอง
ปราสาทแห่งนี้ยังคงสภาพเดิมได้ดีที่ที่สุด เพราะไม่เคยได้รับความเสียหายจากสงคราม หรือภัยธรรมชาติใด ๆ เลย และยังเป็นปราสาทเดียวที่สร้างด้วยไม้ทั้งหมด ในช่วงซากุระผลิบานที่นี่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ เพราะดอกซากุระสีชมพูที่รายล้อมปราสาท ทำให้สวยงดงามควรค่าแก่การไปชมอย่างยิ่ง
ขอบคุณภาพจาก https://www.dplusguide.com/2018/castle-nagoya-chubu-japan/

2.ปราสาทนาโงย่า(Nagoya Castle)

ที่ตั้ง เมืองนาโงย่า(Nagoya) / จังหวัดอิชิ(Aichi) / ภูมิภาคชูบู(Chubu)
ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตามคำสั่งของโชกุน โทกุงะวะ อิเอยะสึ(Tokugawa leyasu) โชกุนผู้ที่มีอำนาจที่สุด และเป็นผู้ที่รวมญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน ที่นี่ในอดีตถูกใช้เพื่อเป็นฐานบัญชาการรองจากโตเกียว ตัวปราสาทที่เห็นในปัจจุบันนั้นถูกสร้างขึ้นใหม่ บนฐานเดิม เพราะปราสาทนาโงย่าดั้งเดิมถูกทำลายตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัวปราสาทมีทั้งหมด 7 ชั้น ชั้นต่างๆถูกจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ ส่วนชั้นบนสุดสามารถชมวิวเมืองนาโงย่าโดยรอบได้ 
ขอบคุณภาพจาก https://bit.ly/35X36MB

3.ปราสาทคุมามะโตะ(Kumamoto Castle)

ที่ตั้ง เมืองคุมาโมโตะ(Kumamoto) / จังหวัดคุมาโมโตะ(Kumamoto) / ภูมิภาคคิวชู(Kyushu)
ปราสาทแห่งนี้มีความสวยงามติดอันดับต้น ๆ ของประเทศญี่ปุ่น เป็นปราสาทที่ยิ่งใหญ่ และงดงามที่สุดบนเกาะคิวชู มีความโดดเด่นตั้งแต่ภายนอกอาคารเพราะด้วยตัวปราสาทที่เป็นสีดำ และที่น่าทึ่งก็คือภายในตัวปราสาทสร้างด้วยไม้โดยไม่ใช้ตะปูเลย และหากใครไปทันช่วงซากุระบาน ปราสาทนี้เป็นจุดชมซากุระที่สวยอีกหนึ่งแห่ง มีต้นซากุระหลายร้อยต้นพร้อมใจกันบานให้ชมหนำใจ
ขอบคุณภาพจาก https://bit.ly/32UhjaQ

4.ปราสาทโอซาก้า(Osaka Castle)

ที่ตั้ง เมืองโอซาก้า(Osaka) / จังหวัดโอซาก้า(Osaka) / ภูมิภาคคันไซ(Kansai)
ปราสาทโอซาก้าถือว่าเป็นแลนด์มาร์คสำคัญแห่งมหานครโอซาก้า ส่วนยอดของปราสาทประดับด้วยรูปปั้นปลาโลมาสีทองแปดตัว และลายแกะสลักนูนต่ำรูปเสือ ทั้งหมดถูกชุบด้วยทองคำ
ปราสาทโอซาก้าสามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี จะมีความสวยแปลกตาต่างกันไป สวนสาธารณะที่เป็นทางเดินก่อนจะถึงตัวปราสาทเป็นที่นิยมในการมานั่งพักผ่อนของชาวพื้นเมืองด้วยนะคะ
ขอบคุณภาพจาก http://imageholidays.com/articlegroup.asp?gid=2367

5.ปราสาทมัตสึโมโตะ(Matsumoto Castle)

ที่ตั้ง เมืองมัตสึโมโตะ(Mutsumoto) / จังหวัดนางาโนะ(Nagano) / ภูมิภาคชูบู(Chubu)
เป็นปราสาทเก่าแก่ที่ยังคงสมบูรณ์อีกแห่งหนึ่ง จุดเด่นของปราสาทมัตสึโมโตะอยู่ที่กำแพงสีดำชัดเจน เลยมีชื่อเรียกว่า คาราซุโจ แปลว่า ปราสาทอีกา ตรงข้ามกับปราสาทฮิเมจิที่มีกำแพงสีขาว เลยถูกเรียกว่า ชิราซากิโจ ปราสาทนกกระยาง ภายในปราสาทจัดแสดงเครื่องมือ ชุดนักรบ และวัตถุโบราณอื่น ๆ ด้านหลังของปราสาทมีสะพานสีแดง ที่เป็นจุดซมซากุระที่สวยงามไม่แพ้ที่อื่น ๆ 
ขอบคุณภาพจาก https://bit.ly/2PfkjLi

6.ปราสาทโอกายามะ(Okayama Castle)

ที่ตั้ง เมืองโอกายามะ(Okayama) / จังหวัดโอกายามะ(Okayama) / ภูมิภาคชูโกกุ(Chugoku)
ปราสาทแห่งนี้ถูกบูรณะขึ้นใหม่ด้วยคอนกรีตสีดำ ทดแทนตัวปราสาทหลังเดิมที่ถูกทำลายไปเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายในตกแต่งแบบร่วมสมัยเพื่อใช้สำหรับจัดแสดงนิทรรศการต่าง ๆ ในสมัยหนึ่งกระเบื้องหลังคาเป็นสีทอง จึงมีชื่อเรียกปราสาทแห่งนี้ว่า ปราสาทอีกาทอง ในปัจจุบันเราจะเห็นยอดหลังคาปราสาทบางส่วนเท่านั้นที่เคลือบด้วยสีทอง
ขอบคุณภาพจาก https://www.fun-japan.jp/th/articles/1290

7.ปราสาทมัตสึยามะ(Matsuyama Castle)

ที่ตั้ง เมืองมัตสึยามะ(Matsuyama) / จังหวัดเอฮิเมะ(Ehime) / ภูมิภาคชิโกะคุ(Shikoku)
ตัวปราสาทสร้างจากไม้ผสมปูนแบบโบราณ ชั้นบนสุดมีระเบียงสำหรับยื่นออกมาชมวิวเมืองมัตสึมายะ 360 องศา ด้านในปราสาทจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ เครื่องแต่งกายโดยเฉพาะชุดเกาะโบราณ อาวุธยุทโธปกรณ์ และตำราต่าง ๆ มากมาย สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือปราสาทนี้เป็นจุดชมซากุระที่มีชื่อเสียงของเมืองมัตสึยามะด้วย
ขอบคุณภาพจาก https://www.chushikokuandtokyo.org/spot_124/?language=th

8.ปราสาทคาราสึ(Karatsu Castle)

ที่ตั้ง เมืองคาราสึ(Karatsu) / จังหวัดซากะ(Saga) / ภูมิภาคคิวชู(Kyushu)
ปราสาทแห่งนี้ในอดีตถูกใช้เป็นฐานบัญชาการ โดยจุดเด่นคือมีป้อมปราการธรรมชาติ นั่นคืออ่าวคาราสึและแม่น้ำมัตสึอุระ ไม่ได้สร้างคูน้ำล้อมรอบเหมือนที่อื่น ๆ มีฉายาว่า ปราสาทนกกระเรียนเต้นรำ ภายในปราสาท จัดนิทรรศการเล่าถึงความเป็นมาของปราสาทคาราสึ และประวัติศาสตร์การสู้รบครั้งที่จักรพรรดิ์สู้รบกับโชกุนเพื่อเปลี่ยนแปลงอำนาจ นอกจากด้านในแล้วพื้นที่รอบนอกยังเป็นแหล่งพักผ่อนของชาวเมือง มีทางเดินชมอ่าวคาราสึ ยิ่งตอนพระอาทิตย์ตกจะสวยงามมาก ๆ ค่ะ
ขอบคุณภาพจาก  https://www.dplusguide.com/2015/karatsu-palace/

9.ปราสาทอิมาบาริ(Imabari Castle)

ที่ตั้ง เมืองอิมาบาริ(Imabari) / จังหวัดเอฮิมะ(Ehima) / ภูมิภาคชิโกะคุ(Shikoku) 
ปราสาทอิมาบาริมีความพิเศษในด้านการสร้าง เป็นเทคนิคการสร้างปราสาทแบบใหม่ในยุคนั้น ที่ใช้กับการสร้างปราสาทในใต้หวันโดยชาวดัตช์ สร้างขึ้นริมชาย เพื่อใช้ประโยชน์จากน้ำทะเล โดยคูน้ำรอบปราสาทจะดึงน้ำทะเลเข้า และควบคุมปริมาณน้ำด้วยประตูระบายน้ำ หอคอยและป้อมปราการบางส่วนถูกสร้างขึ้นใหม่โดยใช้เหล็กเสริมคอนกรีต ภายในปราสาทจัดแสดงเครื่องแต่งกายนักรบ เครื่องมือ อาวุธ ข้าวของเครื่องใช้ในอดีต และเหมือนปราสาทหลาย ๆ แห่งที่ชั้นบนสุดจะสามารถมองเห็นบรรยากาศโดยรอบ และที่ปราสาทอิมาบาริ สามารถมองไปไกลถึง Seto Inland Sea(ทะเลที่คั่นระหว่างเกาะฮอนชู , เกาะชิโกกุ ,​ และเกาะคิวชู)
ขอบคุณภาพจาก https://wow-u.jp/media/culture/japanese-castles_ehime

10.ปราสาทฮิโกเนะ(Hikone Castle)

ที่ตั้ง เมืองฮิโกเนะ(Hikone) / จังหวัดชิงะ(Shiga) / ภูมิภาคคันไซ(Kansai)
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของเมืองเล็ก ๆ อย่างฮิโกเนะ เป็นปราสาทเก่าแก่แบบฮิระยะมะจิโระ สมัยเอโดะ วัสดุส่วนหนึ่งของปราสาทถูกโยกย้ายมาจากปราสาทซะวะมะยะที่โชกุนโทกุงะวะ อิเอยะสึ(Tokugawa leyasu) มอบให้ขุนศึกคู่ใจ ไออิ  นะโอะมะซะ(Ii Naomasa) โดยด้านในมีทั้งหมด 4 ชั้น ชั้นล่างจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ที่เกี่ยวกับปราสาทแห่งนี้ ส่วนชั้นอื่น ๆ สามารถชมวิว และทะเลสาบบิวะอันสวยงามได้
ขอบคุณภาพจาก https://th.trip-node.com/events/flower/cherryblossoms/3969/
ปราสาทแต่ละแห่งก็จะมีความโดดเด่น และความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ต่างกันไป จากที่ได้ชมภาพและข้อมูลคร่าว ๆ กันไปแล้ว อย่าลืมใส่ปราสาทสวย ๆ ลงไปในแพลนท่องเที่ยวญี่ปุ่น เพื่อไปชมความยิ่งใหญ่ และเก็บภาพจากสถานที่จริงไว้เป็นที่ระลึกด้วยนะคะ