ภูมิภาคชิโกะคุ (Shikoku)

          เสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่น คือความหลากหลายของธรรมชาติในแต่ละภูมิภาค แม้กระทั่งภูมิภาคเดียวกันก็ยังมีความหลากหลายของธรรมชาติแตกต่างกันไป “ภูมิภาคชิโกะคุ” เป็นภูมิภาคที่เรียกได้ว่านักท่องเที่ยวน้อยคนนักจะจัดให้เป็นจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยว อาจด้วยเพราะการเดินทางต่างๆ ที่ยังไม่สะดวกมากนัก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทย เนื่องจากไม่มีเที่ยวบินตรงจากประเทศไทย บินตรงมาลงยังภูมิภาคนี้เลย หากจะเดินทางจึงต้องต่อรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นมายังภูมิภาคชิโกะคุ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ค่อยเดินทางมาท่องเที่ยว ร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จะเน้นไปทางธรรมชาติ ไม่ได้มีสถานที่ท่องเที่ยวด้านความบันเทิงหลากหลายดังเช่นภูมิภาคอื่นๆ

 

          แต่ด้วยเสน่ห์ของชิโกะคุ คือ ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และบรรยากาศบ้านเมืองที่ค่อนข้างเงียบสงบ จึงยังคงดึงดูดกลุ่มคนที่ต้องการการท่องเที่ยวแบบพักผ่อน และทำกิจกรรมแสวงบุญ ซึ่งชิโกะคุถือว่าเป็นภูมิภาคที่มีเส้นทางแสวงบุญที่ผ่านไปยังวัดต่างๆ ที่ตั้งกระจายอยู่ทั่วทั้งภูมิภาค ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของภูมิภาคนี้อีกเช่นกัน เพื่อให้รู้จักเกี่ยวกับชิโกะคุให้มากขึ้น สยามซานต้าจึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภูมิภาคชิโกะคุว่าเป็นยังไงบ้าง

 

          ชิโกะคุ (Shikoku) แปลว่า 4 ประเทศ ได้แก่ อิโยะ (Iyo) โทสะ (Tosa) อะวะ (Awa) และซานุกิ (Sanuki) (ซึ่งปัจจุบันคือจังหวัดเอะฮิเมะ, จังหวัดคางาวะ, จังหวัดโทคุชิมะ และจังหวัดโคชิ) เป็น 1 ใน 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณรอบเกาะโอบล้อมด้วยทะเลเซโตะ (Seto Inland Sea) และมหาสมุทรแปซิฟิก ประกอบด้วย 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเอะฮิเมะ (Ehime), จังหวัดคางาวะ (Kagawa), จังหวัดโทคุชิมะ (Tokushima) และจังหวัดโคชิ (Kochi) บนเกาะนี้มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด และยังคงบรรยากาศแบบธรรมชาติไว้ได้โดยไม่ถูกกลืนโดยวัฒนธรรมสมัยใหม่ อากาศค่อนข้างอบอุ่นจึงมีพืชพักให้ทานได้ตลอดทั้งปี จุดเด่นบนเกาะนี้คือ มีอุด้งที่แสนอร่อยลือชื่อ มีเส้นทางปั่นจักรยาน มีโชยุที่เป็นรสชาติดั้งเดิม มีความเขียวชอุ่มของต้นไม้ในขุนเขา มีเส้นทางจาริกแสวงบุญที่ยาวนานถึง 1,200 ปีไปยังวัด 88 แห่ง ทั้งนี้พื้นที่บริเวณโดยรอบยังมีเกาะเล็กเกาะน้อยที่มีมนต์เสน่ห์น่าค้นหา โดยตัวเกาะถูกเชื่อมกับเกาะฮอนชูด้วยสะพานเซโตโอฮาชิ ซึ่งเป็นสะพานหกสาย โดยใช้เกาะเล็กๆ 5 เกาะเป็นจุดเชื่อมต่อ ซึ่งตัวสะพานมีความยาวถึง 12.3 กิโลเมตรเลยทีเดียว

          ชิโกะคุ มีอากาศที่ค่อนข้างอบอุ่น ไม่มีหิมะตกหนักเหมือนภูมิภาคทางตอนบนของประเทศ มีทั้งหมด 4 ฤดู ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว แบ่งออกเป็นตอนเหนือและตอนใต้โดยภูเขาสูงชันที่ตั้งอยู่ตอนกลางของภูมิภาค พื้นที่ทางตอนเหนือนั้นจะไม่ค่อยมีฝนตก และมีเมืองอุตสาหกรรมอยู่ตลอดแนว ส่วนทางตอนใต้ของภูมิภาคจะมีฝนตกมาก เนื่องจากอยู่ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิและช่วงเริ่มฤดูใบไม้ร่วงจะมีอากาศที่ค่อนข้างอบอุ่น เย็นสบาย

   

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

เกาะโชโดะชิมะ (Shodoshima Island)

จังหวัดคางาวะ (Kagawa)

กระแสน้ำวนนะรุโตะ (Naruto Whirlpool)

จังหวัดโทคุชิมะ (Tokushima)

อิยะ (Iya)

จังหวัดโทคุชิมะ (Tokushima)

เกาะอาโอะชิมะ (Aoshima Island)

จังหวัดเอะฮิเมะ (Ehime)

 

วัด ศาลเจ้า และปราสาทที่สวยงาม

ศาลเจ้าโคโตฮิระกู (Kotohira-gu Shrine)

จังหวัดคางาวะ (Kagawa)

ซากปราสาททะคะมัทสึ (Takamatsu Castle Ruins)

จังหวัดคางาวะ (Kagawa)

สวนริทสึริน (Ritsurin Park)

จังหวัดคางาวะ (Kagawa)

วัดชิคุรินจิ (Chikurin-ji Temple)

จังหวัดโคชิ (Kochi)

ปราสาทโคชิ (Kochi Castle)

จังหวัดโคชิ (Kochi)

 

สถานที่ที่น่าสนใจ

เส้นทางแสวงบุญของ โอะเฮ็นโระ (Ohenro)

ภูมิภาคชิโกะคุ (shikoku)

เกาะนะโอะชิมะ (Naoshima Island)

จังหวัดคางาวะ (Kagawa)

มัตสึยะมะ (Matsuyama)

จังหวัดเอะฮิเมะ (Ehime)

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก jnto.or.th (องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น) , rove.me, wanderlust.co.uk