สวนสวย 10 แห่งในญี่ปุ่น

รูปแบบของสวนญี่ปุ่นนั้น ไม่ได้จัดเพียงเพื่อให้เกิดความสวยงามกลมกลืนจากธรรมชาติเท่านั้น แต่สวนญี่ปุ่นถูกสร้างจากความเชื่อและความเคารพการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ ทำให้มีความสวยงามที่ลุ่มลึก ก่อให้เกิดเป็นพื้นที่ของความมีสมาธิไม่เร่งรีบ การเรียนรู้ และซ่อนปรัชญาทางศาสนาเอาไว้
วันนี้เรานำสวนสวย ๆ 10 แห่งมาฝากทุกท่าน เผื่อจะได้ปักหมุนในแพลนท่องเที่ยวญี่ปุ่นกันค่ะ
1.สวนเคนโรคุเอ็น(Kenrokuen)
ที่ตั้ง เมืองคานาซาว่า(Kanazawa) / จังหวัดอิชิคาวา(Ishikawa) / ภูมิภาคชูบุ(Chubu)
เป็นสวนลัญลักษณ์ของขุนนางจากยุคเอโดะ สวนแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสวนของขุนนางศักดินาที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น พื้นที่ภายในสวนเคนโรคุเอ็นนั้น ประกอบไปด้วยวิวทิวทัศน์ของบ่อนํ้า หุบเขาอันสวยงามและบ้านหลังน้อยใหญ่ที่ใช้ในการผลิตชานั่นเอง นักท่องเที่ยวสามารถดื่มด่ำและผ่อนคลายไปกับบรรยากาศของสวนเค็นโรคุเอ็นที่ผลัดเปลี่ยนความสวยงามได้ในทุกฤดู
ขอบคุณภาพจาก http://japanbackpack.blogspot.com/2015/03/kenrokuen-garden.html
2.สวนโคระคุเอ็น(Korakuen)
ที่ตั้ง เมืองโอกายามะ(Okayama) / จังหวัดโอกายามะ(Okayama) / ภูมิภาคชูโกกุ(Chugoku)
เดิมสวนแห่งนี้เป็นที่พักผ่อนของไดเมียว มีไว้เพื่อต้อนรับแขกสำคัญ และมอบให้เป็นสมบัติของจังหวัดโอคายามาในภายหลัง เป็นสวนขนาดใหญ่ที่มีองค์ประกอบตามหลักของญี่ปุ่น โดยมีต้นไม้และไม้ประดับที่ออกแบบอย่างสวยงาม สระน้ำลำธาร เนินดิน ศาลาพักผ่อน และเส้นทางเดินตัดผ่านไปยังส่วนต่าง ๆ  ที่สวยงามยิ่งขึ้นไปอีก คือที่นี่มีปราสาทโอคายามาเป็นฉากหลัง ถึงแม้ว่าระยะทางภายในสวนจะค่อนข้างไกล แต่ด้วยความสวยงามก็อาจจะทำให้ลืมความเหนื่อยไปได้เลยนะคะ
ขอบคุณภาพจาก https://www.dplusguide.com/2015/okayama-korakuen/
3.สวนไคระคุเอ็น(Kairakuen)
ที่ตั้ง เมืองมิโตะ(Mito) / จังหวัดอิบารากิ(Ibaraki) / ภูมิภาคคันโต(Kanto)
สวนไคระคุเอ็น แปลว่าสวนที่ทุกคนมาเพลิดเพลินด้วยกัน สวนแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเปิดเป็นสวนสาธารณะที่คนทั่วไปสามารถเข้าชมได้ ในฤดูใบไม้ผลิ สวนไคระคุเอ็น จะมีเทศกาลชมดอกบ๊วยมิโตะ ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในญี่ปุ่น มีต้นบ๊วยปลูกนับ 100 สายพันธุ์ กว่า 3,000 ต้น เป็นแหล่งต้นบ๊วยที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นอีกด้วย
ปล.ดอกบ๊วยจะบานเร็วกว่าดอกซากุระ และมีความสวยงามไม่แพ้กัน
ขอบคุณภาพจาก https://bit.ly/2JrxbtS
4.สวนอะดาจิ(Adachi Museum Japan Garden))
ที่ตั้ง เมืองยาซูกิ(Yasugi) / จังหวัดชิมาเนะ(Shimane) / ภูมิภาคชูโกกุ(Chugoku)
สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะอะดาจิ ได้รับรางวัลสวนญี่ปุ่นที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นหลายปีติดต่อกัน โดยเจ้าขอหอศิลป์  เซ็นโกะ อาดาจิ(Zenko Adachi) ที่มีความชื่นชอบในการสะสมต้นสนและหินจากทั่วญี่ปุ่นและนำมาใช้ตกแต่งสวนตามที่ชอบ โดยจัดแต่งภูมิทัศน์และจัดสภาพแวดล้อมให้สวยงามต่างกันไปตามฤดูกาลบนพื้นที่กว่า 165,000 ตารางเมตร 
ขอบคุณภาพจาก https://pantip.com/topic/37405252
5.สวนริทสึริน(Ritsurin Koen)
ที่ตั้ง เมืองทากามัทสึ(Takamatsu) / จังหวัดคางาวา(Kagawa) / ภูมิภาคชิโกกุ(Shikoku)
สวนริทสึรินเป็นสวนเก่าแก่และมีขนาดใหญ่ นอกจากความสวยงามที่สามารถชมได้ทุกฤดูกาลแล้ว ยังนับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ตกทอดมารุ่นสู่คนรุ่นหลัง ทั้งในปี ค.ศ. 2009 สวนริทสึรินถูกแนะนำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 3 ดาวจาก Michelin Green Guide โดยมีเรตติ้งสูงสุดในบรรดาสวนญี่ปุ่นด้วยกัน กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดและถือเป็นเอกลักษณ์ของสวนคือการ ล่องเรือภายในทะเลสาบนันโกะ (Nanko) ซึ่งจะใช้เวลาทั้งหมด 30 นาที ให้ได้ดื่มด่ำกับความงดงามภายในสวน นอกจากนี้ในฤดูใบไม้ร่วง (ช่วงเดือนพ.ย.) ที่สวนแห่งนี้ก็มีปรากฏการณ์ใบไม้เปลี่ยนสีให้ชมกันด้วย
ขอบคุณภาพจาก https://www.dplusguide.com/2014/japan-ritsurin-garden/
6.สวนซุยเซนจิ(Suizenji Jojuen)
ที่ตั้ง เมืองคุมาโมโตะ(Kumamoto) / จังหวัดคุมาโมโตะ(Kumamota) / ภูมิภาคคิวชู(Kyushu)
สวนเก่าแก่ประจำเมืองคุมาโมโตะที่สร้างมายาวนานกว่า 300 ปี สวนแห่งนี้เป็นสวนขนาดใหญ่จัดแต่งอย่างสวยงามตามแบบสวนญี่ปุ่น รวมไปถึงย่อส่วนของหลายๆสิ่งที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น ภูเขาไฟฟูจิ ทะเลสาบบิวะ ศาลาไม้ และสะพานหิน อีกทั้งยังมีสัตว์น่ารักๆอย่างนกกระเรียน หงส์ และปลาคาร์ฟให้ได้เห็นอยู่บริเวณบ่อน้ำที่อยู่ภายในสวนอีกด้วย
ขอบคุณภาพจาก http://www.mariajourneys.com/wp-content/uploads/2018/03
7.สวนชุคเคเอ็น(Shukkei-En)
ที่ตั้ง เมืองฮิโรชิมา(Hiroshima) / จังหวัดฮิโรชิมา(Hiroshima) / ภูมิภาคชูโกกุ(Chukoku)
สวนแห่งนี้มีการออกแบบโดยการจำลองภูเขา หุบเขา ป่าไม้ และทะเลสาบมาจากทะเลสาบซีหูในประเทศจีน จุดเด่นของสวนแห่งนี้คือสะพานโค้งสายรุ้ง ซึ่งเป็นสะพานหินทอดข้ามสระน้ำที่เป็นศูนย์กลางของสวน
ขอบคุณภาพจาก https://www.hiroshima-navi.or.jp/th/post/008097.html
8.สวนริคุกิเอ็น(Rikugien Garden)
ที่ตั้ง เมืองบุงเกียว(Bunkyo) / จังหวัดโตเกียว(Tokyo) / ภูมิภาคคันโต(Kanto)
สวนริคุกิเอ็น เป็นสวนญี่ปุ่นที่เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของโตเกียวแห่งหนึ่ง ภายในสวนมีหลายจุดให้เยี่ยมชม และมี 88 จุดที่ได้ตั้งชื่อตามสถานที่สำคัญทั้งในญี่ปุ่นและจีน บางจุดถูกตั้งชื่อตามเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจีน รวมถึงมีการอ้างอิงกลอนวากะอีกด้วย(รูปแบบของกลอนญี่ปุ่นโบราณประเภทหนึ่ง) เหมาะสำหรับการเดินเล่น ชมสวน มีภูเขาจำลองเป็นฉากหลังให้กับสวนแห่งนี้ ที่นี่ยังเป็นสถานที่ยอดนิยมในการชมใบไม้เปลี่ยนสีและชมซากุระที่โตเกียวอีกด้วย
ขอบคุณภาพจาก https://www.dplusguide.com/2014/japan-tokyo-rikugien/
9.สวนหินวัดเรียวอันจิ(Ryoanji)
ที่ตั้ง เมืองเกียวโต(Kyoto) / จังหวัดเกียวโต(Kyoto) / ภูมิภาคคันไซ(Kansai)
การจัดสวนหินที่นี่ใช้วัสดุหลักคือกรวดและหิน เน้นความเรียบง่ายและให้ผู้ชมใช้จินตนาการตามความคิดตัวเอง  สวนหินประกอบด้วยหินก้อนใหญ่ 15 ก้อนวางทามกลางก้อนกรวดสีขาวละเอียด รายล้อมด้วยกำแพงดินสีน้ำตาลดำ ใกล้ ๆ กับสวนหินยังมีอ่างน้ำหินและสระน้ำขนาดใหญ่พร้อมด้วยต้นเมเปิ้ลที่จะผลัดเปลี่ยนสีใบสวยงามในฤดูใบไม้ร่วง
ขอบคุณภาพจาก https://www.bareo-isyss.com/index.php/design-tips/384-japanese_garden.html
10.คัทสึระริคิว(Katsura Imperial Villa)
ที่ตั้ง เมืองเกียวโต(Kyoto) / จังหวัดเกียวโต(Kyoto) / ภูมิภาคคันไซ(Kansai)
พระตำหนักคัทสึระ เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีที่สุดของสถาปัตยกรรมและการตกแต่งสวนแบบญี่ปุ่นแท้ๆ  โดยใช้เป็นที่อยู่ของตระกูลคัทสึระ ซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ขององค์จักรพรรดิ ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวชมได้โดยผ่านทัวร์ของสำนักพระราชวังและสามารถถ่ายรูปได้เพียงบางจุดเท่านั้น
ขอบคุณภาพจาก http://gazeandgraze.com/wordpress/2015/05/23/kyotos-katsura-imperial-villa-good-design-lasts-forever/
การจัดสวนของชาวญี่ปุ่น จะคำนึงถึงการจัดพื้นที่ โดยยึดหลักธรรมชาติมากที่สุด เป็นงานศิลปะที่ใช้การจัดวาง ก้อนหิน ธารน้ำ ต้นไม้ ให้สวยงาม ล้วนแล้วแต่มีความหมายทั้งสิ้น
ไปเที่ยวญี่ปุ่นทั้งที ต้องไม่พลาดที่จะไปชมสวนสวย ๆ ที่คนญี่ปุ่นตั้งใจถ่ายทอดผ่านการจัดสวน นะคะ