ออนเซน 10 แห่งที่ต้องไปแช่ซักครั้ง

          ประเทศญี่ปุ่นมีภูเขาไฟมากมายที่ยังคุอยู่หลายลูก ด้วยเหตุนี้ จึงมีบ่อน้ำพุร้อน (onsen) อยู่ทั่วทุกแห่งของประเทศ ชาวญี่ปุ่นชื่นชอบการอาบน้ำพุร้อนมาตั้งแต่สมัยโบราณ จนกลายเป็นวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นเรื่อยมา โดยในบ่อน้ำแร่จะมีแร่ธาตุต่างๆ สะสมอยู่ เช่น โซเดียม แคลเซียม ฟลูออไรด์โพแทสเซียม
          ประโยชน์หลัก ๆ ของการแช่ออนเซนก็เพื่อทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ระบบการหมุนเวียนของเลือดดีขึ้น การบรรเทาอาการปวดเมื่อยต่างๆ  ดร.ยูโกะ อางิชิ (Dr.Yuko Agishi) นักวิจัยระดับแนวหน้าของประเทศญี่ปุ่นได้กล่าวถึงประโยชน์ของออนเซ็นที่มีต่อสุขภาพไว้ว่า “มันเป็นสิ่งบรรเทาและช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้อย่างดี”
รู้อย่างนี้แล้วไปดูกันเลยค่ะ ว่าเราจะไปแช่ออนเซนที่ไหนได้บ้าง 
1.คุโรคาวะออนเซน(Kurokawa Onsen)
ที่ตั้ง เมืองคุโรคาวะ(Kurokawa) / จังหวัดคุมาโมโตะ(Kumamoto) / ภูมิภาคคิวชู(Kyushu)
ตามประวัติศาสตร์คุโรคาวะออนเซนมีมากว่า 300ปีแล้ว เป็นออนเซนที่เด่นในเรื่องรักษาโรคมาตั้งแต่ช่วงกลางของสมัยเอโดะ ปัจจุบันบ่อนี้ได้รับการดูแลจากชาวบ้านและเปิดเป็นบ่อน้ำพุสาธารณะ และในจังหวัดคุมาโมโตะก็ยังเป็นแหล่งออนเซ็นยอดนิยมชั้นแนวหน้าของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ่อน้ำร้อนและออนเซ็นกลางแจ้งสุดสร้างสรรค์ของเรียวกัง แต่ละแห่งอยู่ท่ามกลางอาคารบ้านเรือนสไตล์ดั้งเดิม
ภาพจาก https://www.dplusguide.com/2016/10-onsen-in-japan/
2.อะริมาออนเซน(Arima Onsen)
ที่ตั้ง เมืองโกเบ(kobe) / จังหวัดเฮียวโก(Hyogo) / ภูมิภาคคันไซ(Kansai)
Arima Onsen(อะริมะ ออนเซน) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องน้ำแร่มาตั้งแต่สมัยตั้งแต่โบราณ บ่อน้ำแร่ส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบเป็นโซเดียมคลอไรด์กับคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยร่างกาย รักษาโรคผิวหนัง ผื่นภูมิแพ้ ช่วยเรื่องความดัน และยังทำให้ผิวชุ่มชื้นอีกด้วย ถือเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีบรรยากาศที่น่ารัก โอบล้อมด้วยภูเขาสูง พร้อมด้วยมีแม่น้ำเล็ก ๆ ไหลผ่านกลางเมืองด้วย
ภาพจาก https://www.dplusguide.com/2016/10-onsen-in-japan/
3.คุซัทสึ ออนเซน(Kusatsu Onsen)
ที่ตั้ง เมืองอะกัทสึมะ(Agatsuma) / จังหวัดกุนมะ(Gunma) / ภูมิภาคคันโต(Kanto)
คุซัทสึ ออนเซน เมืองท่องเที่ยวเล็กๆ ที่ได้รับการยกย่องเป็นแหล่งออนเซนเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดอีกแห่ง และเป็น 1 ใน 3 แหล่งอนนเซนที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย น้ำแร่ที่นี่เป็นน้ำแร่ธรรมชาติ 100% ที่ไหลออกมาจากตาน้ำ ต้นกำเนิดแห่งน้ำพุร้อนนี้อยู่ที่ภูเขาไฟชิราเนะ ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ น้ำแร่ที่คุซัทสึ มีส่วนประกอบของกำมะถัน อะลูมิเนียมซัลเฟต และคลอไรด์จึงเชื่อว่าเป็นแหล่งน้ำแร่ที่มีสรรพคุณในการรักษาอาการปวดเมื่อย ฟกช้ำ รักษาโรคผิวหนัง ความดันสูงเป็นต้น
ภาพจาก https://www.dplusguide.com/2016/10-onsen-in-japan/
4.อิบุซุกิออนเซน(Ibusuki Onsen)
ที่ตั้ง เมืองอิบุซุกิ(Ibusuki) / จังหวัดคาโกชิม่า(Kagoshima) / ภูมิภาค คิวชู(Kyushu)
บ่อน้ำพุร้อนของที่นี่ส่วนใหญ่อุดมด้วยแร่ธาตุโซเดียม และมีเกลือรวมอยู่ด้วยในปริมาณเล็กน้อย เมือง Ibusuki นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องออนเซนแล้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อและเป็นแหล่งต้นแบบในการอบตัวในทรายร้อน (Sand Baths) หรือในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ซุนะมุชิ (sunamushi) ซึ่งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวนิยมมานอนฝังตัวภายใต้ทรายอุ่นๆ ในชุดยูคาตะเป็นจำนวนมาก  โดยจะมีบริการเป็นคอร์สรวมคืออบทรายร้อน แล้วต่อด้วยแช่ออนเซน
ภากจาก https://www.dplusguide.com/2016/10-onsen-in-japan/
5.โอคุฮิดะออนเซน(Okuhida Onsen)
ที่ตั้ง เมืองทาคายามา(Takayama) / จังหวัดกิฟุ(Gifu) / ภูมิภาคชูบุ(Chubu)
ที่นี่เป็นแหล่งออนเซนที่มรีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะออนเซนกลางแจ้งที่สมารถชมทัศนียภาพที่สวยงามรอบ ๆ เมือกเขาเจแปนแอลป์ ที่นี่มีบ่อออนเซนจากน้ำพุร้อนที่ไหลตรงมาจากเทือกเขาแอลป์จำนวน 5 แห่งหลัก ๆ คือ
ออนเซ็นที่ Hirayu เป็นออนเซนที่เก่าแก่ที่สุด 
ออนเซ็นที่ Tochio เป็นแหล่งออนเซ็นที่มีความสวยแบบชนบทและสะอาดเป็นที่สุด 
ออนเซ็นที่ Shinhotaka เป็นแหล่งออนเซนที่มีสามารถมองวิวได้ชัดเจน 
ออนเซ็นที่ Shinhirayu เป็นแหล่งออนเซนที่มีขนาดใหญ่
ออนเซ็นที่ Fukuchi เป็นแหล่งออนเซนที่เงียบสงบ
ภาพจาก https://bit.ly/31Tx40G 
6.ชิราโฮเนะ ออนเซน(Shirahone Onsen)
ที่ตั้ง เมืองมัทซึโมโตะ(Mutsumoto) / จังหวัดนางาโนะ(Nagano) / ภูมิภาคชูบุ(Chubu)
เป็นเมืองออนเซนเล็ก ๆ อยู่ทางตอนเหนือของเจแปนแอลป์ ชิราโฮเนะ ออนเซน(Shirahone Onsen) มีความหมายว่าบ่อน้ำร้อนกระดูกขาว ตั้งชื่อตามลักษณะของน้ำพุร้อนที่มีสีขาวขุ่น ๆ โดยมีตะกอนแมกนีเซียมและแคลเซียมเป็นส่วนประกอบ ซึ่งเชื่อว่าสามารถบรรเทาโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารได้
ภาพจาก https://matcha-jp.com/th/4092
7.บ่อน้ำพุร้อน(Beppu Jigoku)
ที่ตั้ง เมืองเบปปุ(Beppu) / จังหวัดโออิตะ(Oita) / ภูมิภาคคิวชู(Kyushu)
เมืองเบปปุ เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงของจังหวัดโออิตะ สิ่งที่พลาดไม่ได้คือ โปรแกรมทัวร์บ่อนรก(Beppu Jigoku Tour) บ่อนรกที่ว่าก็คือบ่อน้ำพุร้อนนั่นเอง ในโปรแกรมทัวร์จะมีทั้งหมด 8 บ่ แต่ละบ่อมีลักษณะทางกายภาพแตกต่างกันไป มีทั้งบ่อน้ำพุร้อน บ่อโคลน บ่อน้ำพุสำหรับแช่เท้า เป็นต้น
ภาพจาก https://roparat.com/2014/03/beppu/
8.มังสะออนเซน(Manza Onsen)
เมือง เมืองอะกัทสึมะ(Agatsuma) / จังหวัดกุนมะ(Gunma) / ภูมิภาคคันโต(Kanto)
Manza Onsen (มังสะ ออนเซน) น้ำแร่ของที่นี่มาจากภูเขาชิราเนะเช่นเดียวกับที่ Kusatsu Onsen และเป็นน้ำแร่ที่มีซัลเฟอร์มากที่สุดในญี่ปุ่น ว่ากันว่ามีสรรพคุณในเรื่องการรักษาโรคต่างๆ ช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญ (เมตาบอลิซึม) และการไหลเวียนของโลหิต
ภาพจาก https://www.dplusguide.com/2016/10-onsen-in-japan/
9.ซาโอออนเซน(Zao Onsen)
ที่ตั้ง เมืองยามากาตะ(Yamagata) / จังหวัดยามากาตะ(Yamagata) / ภูมิภาคโทโฮกุ(Tohoku)
ซาโอะออนเซน(Zao Onsen) ตั้งอยู่บนเนินเขาของภูเขาไฟซาโอะ และในฤดูหนาวยังเป็นเมืองแห่งสกีรีสอร์ทอีกด้วย น้ำพุร้อนของซาโอะออนเซน มีปริมาณกำมะถันและมีความเป็นกรดสูง ซึ่งมีสรรพคุณในการรักษาโรคผิวหนังชนิดเรื้อรังและโรคของผู้หญิง
ภาพจาก https://travel.gaijinpot.com/zao-onsen/
10.โนโบริเบ็ทสึ(Noboribetsu)
ที่ตั้ง เมืองโนโบริเบ็ทสึ(Noboribetsu) / จังหวัดฮอกไกโด(Hokkaido) / ภูมิภาคฮอกไกโด(Hokkaido)
เมืองนี้อุดมไปด้วยบ่อน้ำแร่ธรรมชาติ จึงเป็นแหล่งที่มีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น เมืองนี้เป็นที่ตั้งของหุบเขานรก(Hell Valley) ที่มีทั้งบ่อโคลนและบ่อน้ำร้อนที่เดือดตามธรรมชาติ ยังมีลำธารและน้ำตกที่เป็นน้ำร้อนกระจายอยู่ทั่วไปและมีไอกำมะถันคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ที่นี่ยังถือเป็นแหล่งกำเนิดน้ำพุร้อนที่ส่งต่อไปทั่วเมืองโนโบริเบ็ทสึอีกด้วย
ภาพจาก https://www.tieweng.com/tieweng-noboribetsu-hokkaido-japan/
ที่ญี่ปุ่นยังมีออนเซนอีกหลายแห่งเลยค่ะ ที่มีความสวยงามทั้งบ่อน้ำร้อนธรรมชาติและทิวทัศนแวดล้อม หากต้องการไปท่องเที่ยวแนวพักผ่อน แอดมินแนะนำว่าควรไปลองแช่ออนเซนดูนะคะ จะต้องติดใจและอยากจะไปอีกแน่ ๆ