10 เทือกเขาและภูเขาไฟในญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีแนวเทือกเขาและภูเขาไฟกระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งชาวญี่ปุ่นค่อนข้างคุ้นเคยกับการเกิดใหม่ การเปลี่ยนแปลง และการปะทุของภูเขาไฟเหล่านั้น

ด้วยความสวยงามของทัศนียภาพที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์อยู่ ภูเขาและภูเขาไฟที่ปลอดภัยจึงเปิดให้มีการเดินป่า(Trekking) และมีสำรวจเส้นทางธรรมชาติเพื่อให้ชมความงามของผืนป่า ทุ่งหญ้า และทะเลสาบได้

1.ภูเขาไฟฟูจิ(Mt.Fuji)
ที่ตั้ง จังหวัดชิซูโอกะ(Shizuoka) และ จังหวัดยามานาชิ(Yamanashi) / ภูมิภาคชูบุ(Chubu)
ภูเขาไฟฟูจิ หรือภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า ฟูจิยามะ หรือ ฟูจิซัง เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นและยังมีรูปทรงที่สวยที่สุดในโลกด้วย จึงกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของประเทศและถูกยกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ปัจจุบันภูเขาไฟฟูจิไม่ใช่ภูเขาไฟที่ดับแล้วแต่เป็นระดับที่มีแรงปะทุต่ำ นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามของฟูจิได้หลากหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นริมทะเลสาบทั้ง 5 หรือนั่งกระเช้าลอยฟ้า หรืออาจจะเดินเขาก็ได้
ขอบคุณภาพจาก https://www.hippoontour.com/program/face/7100?lang=zh&curr=CNY

2.เจแปนแอลป์(Japan Alps)
ที่ตั้ง ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 6 จังหวัดในภูมิภาคชูบุ(Chubu)
เทือกเขาขนาดใหญ่ที่ทอดยาวผ่านเกาะฮอนซูมีลักษณะคล้ายกับเทือกเขาแอลป์ในยุโรป จึงได้รับการขนานนามว่าเจแปนแอลป์ เนื่องจากครอบคลุมหลายเมืองจึงมีทัศนียภาพที่สวยงามในหลาย ๆ พื้นที่ แต่ที่นิยมที่สุดก็คือเส้นผ่านภูเขาทาเตยามะ-คุโรเบะ(Tateyama-Kurobe Alpine Route) มีไฮไลท์สำคัญที่เรียกว่า “Yuki no Otani” หรือ “กำแพงหิมะ” จุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก
ขอบคุณรูปภาพจาก https://japantourlist.com/th/shin-hotaka-ropeway/12-50/

3.ภูเขาไฟอะโสะ(Mt.Aso)
ที่ตั้ง เมืองอะโสะ(Aso) / จังหวัดคุมาโมโตะ(Kumamoto) / ภูมิภาคคิวชู(Kyushu)
ภูเขาไฟอะโสะ เป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และยังจัดอยู่ในกลุ่มภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย ตลอดเส้นทางที่จะไปยังอะโสะจะได้ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของเทือกเขาและทุ่งหญ้ากว้างขวาง พร้อมกับป่าสนภูเขาด้วย
ขอบคุณภาพจาก https://www.klook.com/th/activity/989-around-aso-day-tour-kumamoto/

4.ภูเขานันไต(Mt.Nantai)
ที่ตั้ง เมืองนิกโกะ(Nikko) / จังหวัดโทจิงิ(Tochigi) / ภูมิภาคคันโต(Kanto)
ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของทะเลสาบซูเซนจิ อุทยาแห่งชาตินิกโกะ ภูเขาลูกนี้จะสวยที่สุดในฤดูใบไม้ร่วง พืชพันธุ์ที่ปกคลุมภูเขาต่างพากันเปลี่ยนสีผลัดใบ ทำให้ภูเขาทั้งลูกมีสีสัน บนจุดสูงสุดของภูเขาเป็นศาลเจ้าของฟูทาราซังและยังมีเทศกาล Nantaisan Tohai Kosha ทุกๆวันที่ 31กรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม เป็นเทศกาลพิเศษในการปีนเขาเวลากลางคืน สำหรับนักท่องเที่ยวไปในช่วงเวลานั้น
ขอบคุณภาพจาก http://www.jnize.com/th/area/100000599/

5.ภูเขาไฟโยเท(Mt.Yotei) 
ที่ตั้ง เมืองนิเซโกะ(Niseko) / จังหวัดฮอกไกโด(Hokkaido) / ภูมิภาคฮอกไกโด(Hokkaido)
ฟูจิน้อยแห่งฮอกไกโด ด้วยรูปทรงกรวยสมบูรณ์แบบเดียวกับฟูจิ ที่นี่จึงได้ฉายานี้มา เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ บริเวณรอบ ๆ ภูเขาไฟเต็มไปด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์และเป็นที่อาศัยของสัตว์มากมาย เช่น จิ้งจอกแดง กระรอก เป็นต้น ในฤดูหนาวนักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นสกีตามรีสอร์ทต่าง ๆ โดยมีภูเขาไฟโยเทเป็นฉากหลังที่สวยงาม
ขอบคุณภาพจาก https://thegate12.com/spot/920

6.ภูเขาอาซาฮิดาเกะ(Mt.Asahidake)
ที่ตั้ง เมืองคามิกาวะ(Kamikawa) / จักงหวัดฮอกไกโด(Hokkaido) / ภูมิภาคฮอกไกโด(Hokkaido)
อยู่ในอุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซัง การเดินทางสะดวกสบาย เหมาะกับกิจกรรมเดินป่า ด้านล่างภูเขามีหมู่บ้านอาซาฮิดาเกะออนเซ็น ซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดเล็กที่เงียบสงบ เปิดให้บริการที่พักและออนเซ็นชั้นดี ในฤดูหนาวจะให้บริการสกีด้วย ที่นี่มีรถประจำทางวิ่งเข้าออกหมู่บ้านตลอดปีด้วย เป็นภูเขาที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามอีกหนึ่งแห่ง
ขอบคุณภาพจาก https://www.ana.co.jp/th/th/japan-travel-planner/theviewofjapan/itinerary1/

7.ภูเขาไฟคุโรดาเกะ(Mt.Kurodake)
ที่ตั้ง เมืองคามิกาวะ(Kamikawa) / จังหวัดฮอกไกโด(Hokkaido) / ภูมิภาคฮอกไกโด(Hokkaido)
เป็นยอดเขาในอุทยานแห่งชาติ Daisetsuzan หารขึ้นไปสู่ยอดเขาจะต้องขึ้นจากรถกระเช้า (Ropeway) ในหมู่บ้าน Sounkyo Onsen ระหว่างทางจะพบกับดอกไม้ป่านานาชนิด หินภูเขาไฟ ใบไม้ที่เปลี่ยนสีเป็นเหลืองส้มในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และเมื่อถึงยอดเขาสามารถชมวิวบริเวณหุบเขาได้แบบ 360 องศา
ขอบคุณภาพจาก http://style24x7.com/wallpaper/beautiful-nature-autumn-4k-wallpapers-background-hd-image-for-your-laptop-desktop-ipad-and-tablet-44/27057.html

8.ภูเขาไฟซากุระจิมะ(Mt.Sakurajima)
ที่ตั้ง เมืองคาโกชิม่า(Kagoshima) / จังหวัดคาโกชิม่า(Kagoshima) / ภูมิภาคคิวชู(Kyushu)
ภูเขาไฟซากุระจิมะ เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟ ปัจจุบันนี้ก็ยังคงพ่นควันและเถ้าถ่านในปริมาณมากทุกวัน ทำให้บริเวณโดยรอบมีละอองเถ้าถ่านกระจายไปทั่ว แต่ในช่วงปกติ เราสามารถเที่ยวชมจุดต่าง ๆ ที่อยู่รอบ ๆ เกาะได้ ไม่ว่าจะเป็นจุดชมภูเขาไฟ จุดแช่ออนเซ็น จุดชมวิวอ่าวคาโกชิม่า และสวนไดโนเสาร์เป็นต้น
ขอบคุณภาพจาก https://www.nippon.com/en/guide-to-japan/gu900016/sakurajima-kagoshima-one-of-the-world%E2%80%99s-most-active-volcanos.html

9.ภูเขาโอมุโระ(Mt.Omuro)
ที่ตั้ง เมืองอิซุโกเอ็น(Izu-kogen) / จังหวัดชิซุโอกะ(Shizuoka) / ภูมิภาคชูบุ(Chubu)
ภูเขาหญ้ารูปทรงกรวยที่มีหลุมอยู่ตรงกลาง โอมุโระเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังสามารถเดินรอบ ๆ ได้ พื้นที่บนเขามีเพียงทุ่งหญ้าที่มีการทำทางเดินเล็ก ๆ ให้เดินชมรอบเขาแบบ 360องศาได้ นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้า Omuroyamaasama Shrine ให้ได้สักการะด้วย และหลุมตรงกลางขนาดใหญ่ก็ถูกใช้เป็นสนามฝึกยิงธนูด้วยนะคะ
ขอบคุณภาพจาก https://centrip-japan.com/th/spot/875.html

10.ภูเขาไฟอิวากิ(Mt.Iwaki)
ที่ตั้ง เมืองฮิโรซากิ(Hirosaki) / จังหวัดอาโอโมริ(Aomori) / ภูมิภาคโทโฮกุ(Tohoku)
เป็นภูเขาไฟที่สวยงามคล้ายกันกับภูเขาไฟฟูจิ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ Tsugaru Quasi-National Park ยอดตรงกลางมีปากปล่องกว้างถึง 2 กิโลเมตร จัดเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ด้านบนและบริเวณรอบ ๆ ได้สร้างจุดชมวิวและหอสังเกตุการณ์ไว้รองรับนักท่องเที่ยวด้วยค่ะ
ขอบคุณภาพจาก https://www.gettyimages.es/detail/foto/mt-iwaki-and-tsurunomai-bridge-tsuruta-town-aomori-fotograf%C3%ADa-de-stock/79369190

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวชมภูเขาที่สวยงามมากที่สุด คือฤดูใบไม้ร่วง
ภูเขาใหญ่จะปกคลุมด้วยใบไม้เปลี่ยนสีให้เราได้ชื่นชมความสวยกัน และในฤดูหนาวหลาย ๆ ลูกจะเปิดเป็นจุดเล่นสกี (Ski Area) อยู่รอบ ๆ อีกด้วย

มีทั้งกิจกรรมและทิวทัศน์ที่สวยงามขนาดนี้ อย่าลืมปักหมุดภูเขาลูกที่ชอบ
แล้วไปเที่ยวกันนะคะ