10 แหล่งมรดกโลกที่น่าไปในญี่ปุ่น

การขึ้นทะเบียนมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก(UNESCO) ก็เพื่อเป็นการอนุรักษ์และเชิดชูคุณค่าของแหล่งมรดกโลก ซึ่งมีทั้งธรรมชาติสร้างขึ้น และที่มนุษย์สร้างขึ้น เพื่อปกป้องรักษาให้ดำรงอยู่เป็นมรดกของมนุษย์ชาติต่อไป
ในประเทศญี่ปุ่นมีสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกหลายแห่ง จุดเด่นของแหล่งมรดกโลกของญี่ปุ่น คือ หลายแห่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่มีความหลากหลาย และประกอบกับฤดูกาลต่าง ๆ ที่แต่งแต้มให้สถานที่เหล่านั้นสวยงามยิ่งขึ้น 
วันนี้เราคัดเลือก 10 สถานที่ที่น่าสนใจมาให้ทุกท่าน แต่ละสถานที่จะมีความพิเศษยังไงบ้าง ไปชมกันเลย

1.หมู่ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโกะ (Shrines and Temples of Nikko)


นนนนน
นน

ที่ตั้ง เมืองนิกโกะ(Nikko) / จังหวัดโทชิงิ(Tochigi) / ภูมิภาคคันโต(Kanto)
NIKKO is NIPPON ที่มาของคำนี้นั่นก็มาจากเมืองนิกโกะยังคงความเป็นเอกลักษณ์ และความเก่าแก่ของญี่ปุ่นอยู่มาก อยู่ไม่ไกลจากโตเกียวมากนัก จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เป็นจังหวัดที่มีความสวยงามของวัดและศาลเจ้าต่าง ๆ มากมาย รวมสิ่งก่อสร้างที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทั้งหมด 103 จุด ที่นี่มีทั้งอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ นั่นคือ ศาลเจ้าโทโชกุ(Toshogu Shrine) โชกุนคนแรกของตระกูลโทกุกะวะ ผู้ที่ปกครองญี่ปุ่นหลังจบยุคสงครามกลางเมืองมานานกว่าสองร้อยปี และมีความสวยงามของสถาปัตยกรรมแบบชินโต จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังมีธรรมชาติที่สวยงามที่อุทยานแห่งชาติโอคุนิกโกะ(Okuniko) ที่มีน้ำตกเคะงนและทะเลสาบชูเซ็นจิ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง จะมีใบไม้เปลี่ยนสีมากมายตามหุบเขา กลายเป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมของคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวด้วย
ขอบคุณภาพจาก https://chillchilljapan.com/travel-around-nikko/

2.คุมาโนะ ซังซาน(Kumano Sanzan)



ที่ตั้ง จังหวัดวากายาม่า(Wakayama) / ภูมิภาคคันไซ(Kansai)
คุมาโนะซังซาน รู้จักกันในนามดินแดนอันศักสิทธิ์ ตั้งอยู่ในเขตตะวันออกเฉียงใต้ของเทือกเขาคิอิ(MT. Kii) ประกอบด้วยศาลเจ้าคุมาโนะ ฮงกุ , ศาลเจ้าคุมาโนะ ฮายาทามะ , และศาลเจ้าคุมาโนะ นาจิ ในอดีตศาลเจ้าหลวงนี้เป็นที่แสวงบุญของราชวงศ์และขุนนาง และถัดมาก็เป็นแหล่งแสวงบุญของชาวบ้านทั่วไป ปัจจุบันศาลเจ้าหลวงยังคงศักดิ์สิทธิ์และเป็นเส้นทางแสวงบุญ ที่นี่จึงไม่ได้สำคัญเพียงแค่เป็นมรดกโลกเท่านั้น แต่ชาวญี่ปุ่นถือว่าเป็นมรดกทางด้านวัฒนธรรมที่มีคุณค่ามหาศาล บรรยากาศร่มรื่นสามารถไปเที่ยวชมได้ในทุกฤดู 
ขอบคุณภาพจาก https://bit.ly/2ojdXiU

3.หมู่บ้านโบราณชิราคาวะ(Shirakawa)



ที่ตั้ง หมู่บ้านชิราคาวะ(Shirakawa-Village) / จังหวัดกิฟุ(Gifu) / ภูมิภาคชูบุ(Chubu)
ชิราคาวะ หรือชิราคาวาโกะ ที่นี่เป็นหมู่บ้านเก่าแก่อายุกว่า 250 ปี ด้วยเอกลักษณ์ของอาคารบ้านเรือนในหมู่บ้าน ที่ได้รับการดูแลอนุรักษ์อย่างดี รูปทรงของบ้านเรือนที่แปลกตาและเสน่ห์จากความงดงามในฤดูกาลต่างๆ โดยเฉพาะฤดูหนาว จึงกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ด้วยความที่เดินทางเข้าถึงยาก ทำให้พื้นที่บริเวณหมู่บ้านชิราคาวาโกะเป็นเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และถูกใช้เป็นที่แสวงบุญของเหล่าพระภิกษุ ทั้งความสวยงามและความสงบของเมืองนั่นจึงทำให้เป็นที่ชื่นชอบของบรรดานักท่องเที่ยว
ขอบคุณภาพจาก https://travel.kapook.com/view198541.html

4.โบราณสถานกูซูคุและองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องของอาณาจักรริวกิว(Gusuku Sites and Related Properties of the Kingdom of Ryukyu)



อาณาจักรริวกิวมีความเจริญรุ่งเรืองมากในอดีต เนื่องจากเป็นเมืองท่าที่สำคัญของทะเลตะวันออก ริวกิวเคยเป็นรัฐบรรณาการขึ้นตรงต่อราชวงศ์หมิงของจีน ต่อมาถูกล้มล้างโดยรัฐบาลญี่ปุ่นและได้ยึดครองหมู่เกาะริวกิวให้เป็นของญี่ปุ่นโดยสมบูรณ์ พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อจังหวัดเป็นโอกินาวา ปราสาทต่าง ๆ ในภาษาถิ่นจะเรียกว่า กูซูคุ(Gusuku) เป็นอนุสรณ์สถานที่โด่งดัง ที่บ่งบอกถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนานของอาณาจักรริวกิว ยูเนสโกประกาศให้ปราสาท 5 แห่ง และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องอีก 4 แห่ง เป็นมรดกโลก ซึ่งมีปราสาทชูริ (Shuri Castle) เป็นปราสาทที่สำคัญที่สุดของอาณา ทำหน้าที่เป็นทั้งอาคารศูนย์กลางการปกครองและที่ประทับของราชวงศ์ ตัวอาคารในปัจจุบันได้รับการบูรณะฟื้นฟูขึ้นใหม่และเป็นปราสาทแห่งเดียวในโอกินาว่าที่ได้รับการบูรณะ สำหรับปราสาทแห่งอื่นๆ จะเหลือเพียงซากปรักหักพังเท่านั้น 
ขอบคุณภาพจาก https://pantip.com/topic/37270514

5.ฮิราอิซุมิ(Hiraizumi)



ที่ตั้ง เมืองฮิราอิซูมิ(Hiraizumi) / จังหวัดอิวาเตะ(Iwate) / ภูมิภาคโทโฮกุ(Tohoku)
ฮิราอิซุมิ(Hiraizumi) ประกอบไปด้วยวัดและสวนจำนวนหลายแห่ง ที่สร้างขึ้นจากความศรัทธาในพุทธศาสนา ภายใต้แนวคิดจะสร้างแผ่นดินบริสุทธิ์ ฮิราอิซุมิได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของเมืองนี้คือวัดซูซอนจิ เป็นวัดใหญ่ที่เคยมีอาคารภายในกว่า 300 หลัง แต่ถูกทำลายไปในช่วงสงครามเหลือเพียงศาลาฮอนโดะที่มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ ถัดมาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บสมบัติของตระกูลฟูจิวาระ และพลับพลาทองที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน ในบริเวณใกล้เคียงยังมีสระน้ำ สวนดอกไม้สมัยเฮอันซึ่งมีความสวยงามต่างออกไปในทุกฤดู 
ขอบคุณภาพจาก https://www.mushroomtravel.com/page/hiraizumi/

6.อิวามิ กินซัง(Iwami Ginzan Silver Mine)



ที่ตั้ง เมืองโอดะ(Oda) / จังหวัดชิมาเนะ(Shimane) / ภูมิภาคชูโกกุ(Chugoku)
อิวามิ กินซัง เป็นเหมืองเงินที่สำคัญที่สุดในญี่ปุ่น เหมืองที่นี่ผลิตเงินได้มากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ปีละประมาณ 38 ตัน เงินที่ได้จากเหมืองนี้เรียกว่าเงินโซมะ(Soma Silver)เป็นเงินคุณภาพสูง จุดเยี่ยมชมนอกจากเหมืองเงิน มีทั้งเมืองโอโมริที่มีพิพิธภัณฑ์, อาคารบ้านเรือนทางประวัติศาสตร์, วัดและศาลเจ้าอีกมากมาย อีกจุดคือเมืองออนเซน ยูโนะทสึ(Yunotsu Onsen) จุดท่องเที่ยวเหล่านี้ สามารถเดินเชื่อมไปยังซากปราสาทเก่าด้วย 
ขอบคุณภาพจาก https://www.chushikokuandtokyo.org/spot_144/?language=th

7.ยาคุชิมะ(Yakushima)



ที่ตั้ง เกาะยาคุชิมะ(Yakushima) / จังหวัดคาโงะชิมะ(Kagoshima) / ภูมิภาคคิวชู(Kyushu)
เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ตอนใต้ของเกาะคิวชู เป็นแหล่งป่าโบราณที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ทั้งเกาะปกคลุมไปด้วยป่าซีดาร์ที่มีอายุตั้งแต่ 2,000-7,200 ปี นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางพื่อมาชมความยิ่งใหญ่ของป่าแห่งนี้ และศึกษาเส้นทางเดินป่า ชมต้นไม้โบราณ สัตว์ป่านานาชนิด และพักค้างแรมเพื่อสัมผัสกับธรรมชาติ
ขอบคุณภาพจาก https://pantip.com/topic/38976170

8.ชิราคามิ ซังจิ(Shirakami-Sanchi)



ที่ตั้ง จังหวัดอาโอโมริ(Aomori)และจังหวัดอากิตะ(Akita) / ภูมิภาคโทโฮคุ(Tohoku)
ชิราคามิ  ซังจิ เป็นเทือกเขาขนาดใหญ่ปกคลุมพื้นที่ระหว่างจังหวัดอาโอโมริและอากิตะทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ใจกลางเทือกเขานี้คือป่าต้นบีชที่อุดมสมบูรณ์แห่งสุดท้ายในญี่ปุ่น ใจกลางป่าที่เป็นส่วนพื้นที่ของมรดกโลก ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเข้าไปมากนัก เพราะต้องทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนไปเยี่ยมชม ถึงด้านในจะเข้าไปได้ลำบาก แต่บริเวณโดยรอบที่มีทั้งน้ำตกอันมง(Anmon Falls)น้ำตกขนาดใหญ่ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว สระน้ำเอโออิเกะ(Aoike)สระน้ำสีฟ้าพิเศษที่เกือบจะผิดธรรมชาติและเส้นทางเดินป่าจูนิโกะ(Juniko)ที่ร่มรื่น ก็สวยงามดึงดูดใจนักท่องเที่ยวไม่น้อย 
สำหรับการขึ้นไปบนเทือกเขาชิราคามิ ซังจิ สามารถไปได้ 2 เส้นทาง คือ ฝั่งภูเขาฟุทาสึโมริและยอดเขาชิราคามิดาเกะ
ขอบคุณภาพจาก https://blog.airpaz.com/th/travel-to-shirakami/

9.อุทยานแห่งชาติชิเรโทโกะ(Shiretoko National Park)



ที่ตั้ง เมืองชาริ(Shari)และเมืองราอูสุ(Rausu) / ภูมิภาคฮอกไกโด(Hokkaido)
ภายในพื้นที่อุทยานชิเรโทโกะมีกิจกรรมท่องเที่ยวมากมาย เพราะมีธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง ทั้งทะเลสาปขนาดเล็ก ภูเขา น้ำตก บ่อน้ำพุร้อน และที่นิมยมมากก็คือการร่องเรือรอบอ่าวโอคอทสก์(Shiretoko Sightseeing Boat) เพื่อชมวิธีการตัดน้ำแข็ง และถ้าโชคดีจะพบเห็นหมีสีน้ำตาลออกมาเดินหาอาหารทักทายผู้คนด้วย หรือถ้าหากไม่ร่องเรือสามารถเดินชมทัศนียภาพบนสะพานไม้ได้ ซึ่งสวยงามไม่แพ้กัน
ขอบคุณภาพจาก https://bit.ly/2pPMgyB

10.วัดเบียวโดอิน(Byodo-In)



ที่ตั้ง เมืองยูจิ(Uji) / จังหวัดเกียวโต(Kyoto) / ภูมิภาคคันไซ(Kansai)
เป็นวัดที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโจโดที่โดดเด่นมากที่สุดของญี่ปุ่น เดิมทีที่นี่นั้นไม่ได้เป็นวัดแต่เป็นที่พำนักของฟูจิวาระ โนะ มิจินางะ(Fujiwara no Michinaga)ขุนนางที่ทรงอำนาจในยุคนั้น ช่วงที่เปลี่ยนจากที่พำนักมาเป็นวัดก็ได้สร้างห้องโถงโถงฟินิกซ์(Phoenix Hall)ที่โด่งดังและเป็นต้นสัญลักษณ์ด้านหลังของเหรียญเยน นอกจากนี้ยังมีการสร้างพระพุทธรูปอมิตาภะปางนั่ง ซึ่งหล่อโดยโจโช(Jocho) ช่างที่มีฝีมือที่สุดในยุคเฮอัน พระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานไว้ในหอธรรม วัดเบียวโดอินและพระพุทธรูปต่าง ๆ ภายในวัดมีอายุกว่า 1,000 ปี ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอันทรงคุณค่าร่วมกับอีกหลายแห่งในเกียวโต ภายใตชื่อว่า Historic Monuments of Ancient Kyoto
ขอบคุณภาพจาก https://kiji.life/byodoin-temple-uji-kyoto/

จบลงไปแล้วนะคะสำหรับแหล่งมรดกโลก 10 แห่งที่น่าสนใจ แต่ละแห่งก็จะมีความโดดเด่นต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ วัฒนธรรม นอกเหนือจากนั้นกิจกรรมการท่องเที่ยวก็ยังต่างกันด้วย

ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่สวยงาม และรอให้ทักท่านไปสัมผัส